
กรณีศึกษาของ Hitachi
Hitachi พลิกโฉมระบบคอมพิวเตอร์สำหรับพนักงานทั่วโลกให้ทันสมัยขึ้นด้วย AMD PRO
Hitachi พลิกโฉมระบบคอมพิวเตอร์สำหรับพนักงานทั่วโลกให้ทันสมัยขึ้นด้วย AMD PRO
Hitachi คาดการณ์ว่าจะสามารถประหยัดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมขยายโครงสร้างพื้นฐาน Device-as-a-Service (DaaS) ทั่วโลก ด้วยโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ PRO
บริษัท ฮิตาชิ จำกัด มีการจ้างงานบุคลากรมากกว่า 280,000 คน ใน 47 ประเทศทั่วโลก โดยมีฝ่ายกลยุทธ์ไอทีและการบูรณาการดิจิทัล ทำหน้าที่ดูแลและสนับสนุนระบบไอทีภายในทั้งหมดของกลุ่มบริษัทฮิตาชิ ฝ่ายนี้ดำเนินงานในฐานะหน่วยงานส่วนกลางขององค์กรที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนคุณค่าทางธุรกิจผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ และในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับพนักงาน ฝ่ายนี้ได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า “การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่เพื่อนร่วมงานของฮิตาชิทั่วโลก” เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ดังกล่าว ทางฝ่ายจึงได้เดินหน้าดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างแรงจูงใจในการทำงานของพนักงาน, เสริมสร้างความคล่องตัวขององค์กร ซึ่งรวมถึงระบบสนับสนุนการต้อนรับพนักงานใหม่, ยกระดับมาตรการความปลอดภัยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น, บริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนผลักดันการนำคอมพิวเตอร์ AI มาประยุกต์ใช้งานภายในองค์กร
การเปลี่ยนแปลงความต้องการทางธุรกิจและสภาพแวดล้อมทางตลาด
สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 Hitachi ได้พบกับยอดการใช้งานระบบประชุมออนไลน์และแอปพลิเคชันบนคลาวด์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของกลุ่มบริษัท ซึ่งพึ่งพาระบบโครงสร้างพื้นฐานเดสก์ท็อปเสมือน (VDI – Virtual Desktop Infrastructure) และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีการประมวลผลภายในเครื่องน้อย (Thin Client) เป็นหลัก ไม่สามารถรองรับประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการตอบสนองที่จำเป็นต่อการทำงานประจำวันของพนักงานได้อย่างเพียงพอ

Hitachi ได้นำโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ และ AMD Ryzen™ PRO มาใช้เป็นมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์ของพนักงาน เพื่อขยายขอบเขตการให้บริการไอทีแบบ DaaS (Device-as-a-Service), ยกระดับประสบการณ์การทำงานของพนักงาน และบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์และความท้าทาย
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว เพื่อขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าให้แก่ธุรกิจและส่งมอบประสบการณ์การทำงานที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ให้แก่พนักงาน ฝ่ายกลยุทธ์ไอทีและการบูรณาการดิจิทัลจึงได้กำหนดพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องมุ่งเน้น 2 ประการด้วยกัน
กลยุทธ์แรก คือ การขยายการให้บริการแบบ Device as a Service (DaaS) แทนที่จะให้องค์กรจัดซื้อและบริหารจัดการคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง รูปแบบ DaaS จะดูแล วงจรชีวิตของอุปกรณ์ ครบทุกขั้นตอนผ่านรูปแบบการสมัครใช้บริการตั้งแต่ การจัดหาอุปกรณ์ การติดตั้งและเตรียมความพร้อมของเครื่อง การดูแลและบริหารจัดการระหว่างการใช้งาน การลบข้อมูลอย่างปลอดภัย การกำจัดหรือรีไซเคิลอุปกรณ์เมื่อหมดอายุการใช้งาน แนวทางนี้ช่วยปรับโครงสร้างงบประมาณด้านไอทีภาพรวม ทั่วทั้งกลุ่มบริษัทฮิตาชิให้มีความสมเหตุสมผลและคุ้มค่ายิ่งขึ้น รวมถึงช่วยตัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อนออกไป ยิ่งไปกว่านั้น บุคลากรฝ่ายไอทีที่เดิมทีต้องเสียเวลาไปกับการดูแลวงจรชีวิตอุปกรณ์ จะสามารถย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนงานที่มีความสำคัญต่อธุรกิจในเชิงกลยุทธ์ได้ เช่น โครงการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล โดยการขยายระบบ DaaS นี้ไปยังระดับสากลเพิ่มเติมจากการใช้งานภายในประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านต้นทุนที่ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองจากมุมมองด้านประสบการณ์การทำงานของพนักงาน ตัวระบบจำเป็นต้องตอบสนองความต้องการด้านการดำเนินงานที่เข้มงวดด้วยเช่นกัน อาทิ การจัดส่งอุปกรณ์ให้ถึงมือพนักงานภายในเวลาอย่างน้อยที่สุด 3 วัน, ตัวเครื่องต้องพร้อมเปิดใช้งานเพื่อธุรกิจได้ภายในเวลาสั้นที่สุดเพียง 10 นาที และต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของกลุ่มบริษัทเพื่อรับประกันการใช้งานที่ปลอดภัยและมั่นคง ด้วยเหตุนี้ การเลือกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ฝั่งผู้ใช้งานประสิทธิภาพสูง ที่สามารถรับประกันความเสถียรในการจัดหาชิ้นส่วนและการส่งมอบเครื่องได้ แม้ท่ามกลางสภาวะการณ์ที่ราคาต้นทุนทั่วโลกกำลังพุ่งสูงขึ้น จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ประเด็นเชิงกลยุทธ์ประการที่สอง คือ การนำคอมพิวเตอร์พีซี ที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพสูง มีความคุ้มค่าด้านต้นทุน มาใช้และกำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งกลุ่มบริษัท ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ต้องมีสมรรถนะในการประมวลผลบนเครื่องที่เพียงพอ เพื่อรองรับภาระงานหนักที่ต้องประมวลผลอย่างต่อเนื่องในรูปแบบการทำงานยุคใหม่ เช่น การทำงานจากระยะไกล ขณะเดียวกัน ยังต้องสามารถตอบสนองข้อกำหนดด้าน ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงการจัดการ ข้อมูลที่ไม่ถูกจัดเก็บถาวรบนอุปกรณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสำคัญขององค์กรได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม
การนำคอมพิวเตอร์พีซีที่ใช้หน่วยประมวลผลของ AMD มาใช้งาน และกำหนดให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของทั้งกลุ่มบริษัท
ภายหลังจากการประเมินผลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ฝ่ายกลยุทธ์ไอทีและการบูรณาการดิจิทัลได้เริ่มนำร่องใช้งานแล็ปท็อป Lenovo ที่ติดตั้งหน่วยประมวลผล AMD Ryzen™ ในฐานะคอมพิวเตอร์พีซีแบบล้างข้อมูลชั่วคราว เพื่อเข้ามาทดแทนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีการประมวลผลภายในเครื่องน้อย และในเวลาต่อมา คอมพิวเตอร์พีซีที่ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล AMD Ryzen™ และ Ryzen™ PRO รุ่นต่างๆ ดังต่อไปนี้ ก็ได้รับการประกาศให้เป็นคอมพิวเตอร์มาตรฐานของกลุ่มบริษัทฮิตาชิ สำหรับใช้ในงานสำนักงานอัตโนมัติ
- AMD Ryzen™ 5 4500U
- AMD Ryzen™ 5 5600U
- AMD Ryzen™ 5 7535U
- AMD Ryzen™ 5 PRO 7730U
Hitachi ได้กำหนดชุดซอฟต์แวร์มาตรฐานโดยใช้ Microsoft 365 Apps, Microsoft Endpoint Configuration Manager และ Microsoft Intune เป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานร่วมกัน เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่สอดคล้องกัน และช่วยให้การบริหารจัดการอุปกรณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในทั้ง 47 ประเทศ ที่บริษัทดำเนินธุรกิจ
Koki Takahashi ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายแผนกโซลูชัน UX ภายใต้กองประสบการณ์พนักงาน ของฝ่ายกลยุทธ์ไอทีและการบูรณาการดิจิทัล ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจเปลี่ยนผ่านระบบในครั้งนี้ว่า: “AMD มอบประสิทธิภาพการประมวลผลและการทำงานด้านกราฟิกที่น่าเชื่อถือและวางใจได้ ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคาเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อเทียบกับฮาร์ดแวร์ในเจเนอเรชันปัจจุบัน”
คอมพิวเตอร์พีซีที่ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล AMD Ryzen™ และ Ryzen™ PRO ซึ่งได้รับการยอมรับให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานขององค์กรนั้น ได้รับการประเมินคุณค่าไว้สูงมากในเรื่องความเสถียรของการจัดหาและการส่งมอบสินค้าในระดับสากล แม้ท่ามกลางสภาวะความต้องการของตลาดที่ผันผวน ซึ่งความมั่นคงด้านอุปทานนี้สอดคล้องอย่างลงตัวกับแนวทางการดำเนินงานที่ต้องการระยะการจัดส่งสินค้าที่สั้น ตามข้อกำหนดของระบบ DaaS
นอกจากนี้ แนวทางนี้ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ทั้งในด้านการจัดซื้อและด้านการปฏิบัติงาน จากการประเมินโดยฝ่ายกลยุทธ์ไอทีและการบูรณาการดิจิทัลพบว่า พีซีที่ใช้ซีพียูของ AMD มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุน โดยประหยัดกว่าหน่วยประมวลผลที่เคยใช้ก่อนหน้านี้ประมาณ 5,000 เยนต่อเครื่อง ซึ่งเมื่อคำนวณจากขนาดการจัดซื้อที่อยู่ราวๆ 85,000 เครื่อง จะส่งผลให้ประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมแล้วประมาณ 425 ล้านเยน
Takahashi ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์มาตรฐานในครั้งนี้ว่า: “การเลือกใช้พีซีที่ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลของ AMD เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของเรา ทำให้เราสามารถจับคู่ความคุ้มค่าด้านต้นทุนเข้ากับประสิทธิภาพที่เสถียร ซึ่งช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ส่งผลให้เราสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านฮาร์ดแวร์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านไอทีของทั้งองค์กรได้อย่างลงตัว”

Hitachi กำลังยกระดับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับพนักงานให้ทันสมัย เพื่อรองรับความต้องการของการทำงานในระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
การนำไปใช้งานใน 47 ประเทศทั่วโลก พร้อมการตรวจสอบและยืนยันความน่าเชื่อถือ
พีซีที่ใช้หน่วยประมวลผลของ AMD ซึ่งได้รับเลือกโดยฝ่ายกลยุทธ์ไอทีและการบูรณาการดิจิทัลนั้น ถือเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับพนักงานของกลุ่มบริษัทฮิตาชิทั่วโลก ซึ่งการจะมอบประสบการณ์การทำงานที่น่าพึงพอใจให้แก่พนักงานได้นั้น สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการตอบสนองและขจัดความกังวลของผู้ใช้ในเรื่องความง่ายในการใช้งานและความน่าเชื่อถือของตัวเครื่อง
เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการทำงานมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละพื้นที่ทั่วโลก จึงมีความกังวลถูกหยิบยกขึ้นมาโดยเฉพาะในเรื่องของการระบายความร้อนของตัวเครื่อง และความเสถียรในการทำงานเมื่อต้องนำไปใช้ในภูมิภาคที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย
เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ Hitachi ได้ดำเนินการทดสอบและเปรียบเทียบประสิทธิภาพด้วยตนเอง โดยใช้อุปกรณ์ที่มีตัวเครื่อง รุ่นเดียวกัน คือ Lenovo ThinkPad E14 เพื่อให้ผลการทดสอบมีความเป็นธรรมและสามารถเปรียบเทียบได้อย่างแม่นยำ บริษัทได้ประเมินอุณหภูมิของหน่วยประมวลผล ความเสถียรในการทำงาน และประสิทธิภาพของเครื่อง โดยเปรียบเทียบระหว่างรุ่นที่ติดตั้ง AMD Ryzen™ PRO กับรุ่นที่ใช้หน่วยประมวลผลของผู้ผลิตรายอื่น ภายใต้การใช้งานด้านธุรกิจทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ผลการทดสอบยืนยันว่า รุ่นที่ใช้ AMD Ryzen™ PRO สามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพมากกว่าและมีอุณหภูมิการทำงานต่ำกว่า โดยเครื่องที่ใช้หน่วยประมวลผล AMD มีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 92.8°F (33.8°C) ขณะที่เครื่องที่ใช้หน่วยประมวลผลของผู้ผลิตรายอื่นมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 101.1°F (38.4°C).
ความแตกต่างในจุดนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อการรับรู้ของพนักงานในเรื่องของประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคที่มีอุณหภูมิสูง Takahashi ได้ให้ความเห็นว่า: “การนำเสนอข้อมูลอุณหภูมิที่อ้างอิงจากสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง ถือเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยสร้างความเข้าใจและยอมรับจากภูมิภาคต่างๆ ได้สำเร็จ”
ด้วยกระบวนการตรวจสอบและทดสอบดังกล่าว กลุ่มบริษัทฮิตาชิ จึงสามารถสร้างความเชื่อมั่นทางเทคนิคที่จำเป็น เพื่อนำพีซีที่ขับเคลื่อนด้วยซีพียูของ AMD มาใช้งานในฐานะอุปกรณ์มาตรฐานระดับโลกได้อย่างมั่นใจ
ณ เดือนกันยายน 2025 พีซีที่ใช้ซีพียูของ AMD มีสัดส่วนคิดเป็น 49 เปอร์เซ็นต์ของอุปกรณ์ทั้งหมดภายในกลุ่มบริษัทฮิตาชิ โดยคาดว่าสัดส่วนดังกล่าวจะทะลุ 50 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 150,000 เครื่อง ภายในปีงบประมาณ 2025

ภายใต้เงื่อนไขการทำงานทั่วไป (Typical Workload) หน่วยประมวลผลของ AMD แสดงให้เห็นถึงการปล่อยความร้อนของ CPU ที่ต่ำกว่า
ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานด้วยการขยายการใช้งาน AI PCs
ฝ่ายกลยุทธ์ไอทีและการบูรณาการดิจิทัล กำลังเร่งผลักดันการใช้งาน AI PCs อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของกลุ่มบริษัทฮิตาชิในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดเตรียมสภาพแวดล้อมในระดับตัวเครื่อง ให้รองรับการทำงานของ AI Agent ในเครื่องซึ่งฝ่ายกลยุทธ์ไอทีฯ ตั้งเป้าที่จะรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนกระบวนการทำงานซ้ำๆ ให้เป็นระบบอัตโนมัติ และการเปิดใช้งานระบบช่วยเหลือจาก AI ความเร็วสูง โดยแนวทางนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น Takahashi ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า: “เราเชื่อว่าความก้าวหน้าของ AI จะช่วยเร่งกระบวนการสร้างเอกสารและการอนุมัติต่างๆ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของทั้งกลุ่มบริษัทฮิตาชิอย่างก้าวกระโดด”
นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแล้ว ในอนาคต AI PCs ยังถูกคาดหวังว่าจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการประมวลผล AI ที่ประหยัดพลังงานด้วย NPU อีกทั้งการบริโภคพลังงานที่ต่ำลงนี้ ยังช่วยให้สามารถใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กลง ซึ่งส่งผลให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาขึ้น และช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการพกพาได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
ฝ่ายกลยุทธ์ไอทีและการบูรณาการดิจิทัล ได้ประกาศแผนการที่จะเปลี่ยนผ่านพีซีที่ให้บริการในรูปแบบ DaaS (Device as a Service) จำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ ให้เป็น AI PC ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2027 นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำไปใช้งานจริงในหน้างาน ทางฝ่ายฯ ยังได้เปิดตัวโครงการ AI Ambassador เพื่อแบ่งปันกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ให้กับหน่วยธุรกิจต่างๆ พร้อมทั้งกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการใช้งานในวงกว้างยิ่งขึ้น
พีซีที่ใช้ซีพียูของ AMD กำลังวิวัฒนาการไปสู่ AMD Ryzen™ AI โดยมีการนำเทคโนโลยี CPU, GPU และ NPU ระดับดาต้าเซ็นเตอร์มาประยุกต์ใช้ เพื่อส่งมอบการประมวลผล AI ภายในเครื่องที่มีความเร็วสูงและความหน่วงต่ำ ในขณะที่ยังคงรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ละเอียดอ่อนไว้บนตัวเครื่องได้อย่างแน่นหนา จากนี้เป็นต้นไป พีซีที่ใช้ซีพียูของ AMD จะยังคงทำหน้าที่เป็นเสาหลักสำคัญในการขับเคลื่อนการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยให้การตัดสินใจในกิจกรรมต่างๆ ของกลุ่มบริษัทฮิตาชิทั่วโลก เป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ผู้บริหารของ Hitachi กำลังเร่งผลักดันการนำ AI PCs ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีของ AMD มาใช้งาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานทั่วโลก
ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า (About the Customer)
บริษัท ฮิตาชิ จำกัด เป็นบริษัทระดับโลกผู้ดำเนินธุรกิจด้านนวัตกรรมเพื่อสังคม ที่ผสานรวมเทคโนโลยีสารสนเทศ, เทคโนโลยีการปฏิบัติงาน และผลิตภัณฑ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจระบบและบริการดิจิทัล, พลังงาน, การขับเคลื่อน และอุตสาหกรรมเชื่อมต่อ โดยมีพนักงานประมาณ 280,000 คนทั่วโลก
ภายในกลุ่มบริษัทฮิตาชินั้น ฝ่ายดิจิทัลไอทีส่วนกลาง จะทำหน้าที่ประสานงานด้านไอทีร่วมกับทีมไอทีของแต่ละหน่วยธุรกิจและบริษัทในเครือ เพื่อสร้างมาตรการร่วมในการขับเคลื่อนการเติบโตผ่านไอทีและเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมทั้งลดต้นทุนด้านไอทีและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยมีผู้จัดการทั่วไปฝ่ายไอทีในยุโรป สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย และสิงคโปร์ ร่วมเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการกำหนดมาตรฐานระดับโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ hitachi.com
About AMD
กว่า 50 ปี ที่ AMD เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในเทคโนโลยีการประมวลผลประสิทธิภาพสูง กราฟิก และเทคโนโลยีการแสดงผล โดยผู้คนหลายพันล้านคน บริษัทชั้นนำในกลุ่ม Fortune 500 และสถาบันวิจัยระดับแนวหน้าทั่วโลก ต่างไว้วางใจและใช้เทคโนโลยีของ AMD ในชีวิตประจำวัน เพื่อยกระดับการใช้ชีวิต การทำงาน และการสร้างสรรค์นวัตกรรม พนักงานของ AMD มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและเทคโนโลยีแบบปรับเปลี่ยนได้ เพื่อผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยีและสร้างสิ่งที่เป็นไปได้ในอนาคต สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ AMD ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมในปัจจุบันและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเทคโนโลยีแห่งอนาคต สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ AMD (NASDAQ: AMD) รวมถึงติดตามข่าวสารผ่าน Blog, LinkedIn และ X (Twitter) ของบริษัทได้
ต้องการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้หรือไม่?
เราสามารถช่วยคุณค้นหาวิธีที่ดีกว่าในการนำเสนอกลยุทธ์ด้านไอทีใหม่ ๆ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ